บทสัมภาษณ์นักเรียนบทสัมภาษณ์ #4
THE DIGITAL CASHCOW
รายงานพิเศษ — เส้นทางสร้างรายได้จริงบน Etsy
เจ้าของร้าน Etsy งานน้อยแต่ปัง

แค่ 50 งาน บน Etsy ก็ทำรายได้ราว 30,000 บาทต่อเดือน

คุณ N ดีไซเนอร์ที่หันมาทำ Passive High Ticket บน Etsy เล่าเบื้องหลังการทำสินค้าน้อยชิ้นแต่ใส่ใจสุดจนติด Best Seller และสร้างรายได้สม่ำเสมอ

~30K
บาท/เดือน (โดยประมาณ)
50
งานในร้าน
$17
งานที่ติด Best Seller
2-5
ชิ้น/วัน ต่อเนื่อง

ทำความรู้จักกับคุณ N

  • ทำงานด้านการออกแบบมากว่า 10 ปี ทำงานประจำเป็นหลัก
  • หารายได้เสริมออนไลน์หลายทาง ทั้ง Etsy, Merch, KDP, TPT และ Stock Photo
  • เคยเปิดร้าน Etsy ขายเครื่องประดับ handmade เมื่อสิบกว่าปีก่อน
  • รู้จัก Digital Cash Cow ตั้งแต่ช่วงโควิด และเรียนมาหลายคอร์ส
  • งาน Passive High Ticket ราคา $17 ติด Best Seller ต่อเนื่องหลายเดือน

01

Section 1: จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจ

จากดีไซเนอร์ที่ลองงานออนไลน์มาหลายอย่าง สู่การตัดสินใจลงคอร์ส Passive High Ticket

อ.อัน
1. ก่อนอื่นอยากให้คุณ N แนะนำตัวสักเล็กน้อยครับ - ปัจจุบันทำอะไรอยู่ และก่อนจะเริ่ม Etsy เคยมีประสบการณ์ด้านงานออนไลน์มาก่อนไหม
คุณ N
ทำงานด้านการออกแบบมาประมาณ 10 กว่าปีแล้วค่ะ ทำงานประจำาเป็นหลัก แล้วก็หางานเสริมออนไลน์อื่นๆ ทำมาเรื่อยๆ ทั้ง etsy, merch, KDP, TPT, stock photo และอื่นๆ ทั่วไปอยู่เรื่อยๆ ค่ะ
อ.อัน
2. คุณ N รู้จัก Etsy ได้ยังไงครับ? ตอนนั้นมีแรงจูงใจหรือเป้าหมายอะไรที่ทำให้ตัดสินใจเริ่มต้นจริงจังในเส้นทางนี้
คุณ N
รู้จัก etsy ครั้งแรกนานมากแล้ว ก่อนจะมีสินค้า digital ตอนนั้นทำงานเครื่องประดับ handmade ขายอยู่ รู้จักว่า etsy เป็นเว็บที่ขายงานดีไซน์แฮนด์เมด ก็เคยเปิดร้านเมื่อสิบกว่าปีก่อน ขายงานเครื่องประดับ handmade ก็พอขายได้บ้าง แต่สินค้า physical จะมีข้อจำกัดเรื่องค่าขนส่ง, ภาษีนำเข้า และระยะเวลาขนส่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้สู้กับคู่แข่งที่อยู่ในอเมริกาเองค่อนข้างยาก แต่ก็ได้รู้จักกับเสน่ห์ของ etsy ในตอนนั้น หลังจากปิดร้านนั้นไป ก็ไม่ได้ทำอะไรกับ etsy อีกหลายปีค่ะ
อ.อัน
3. ผมทราบว่าคุณ N เรียนคอร์สของ Digital Cash Cow มาหลายคอร์ส - อยากให้เล่าช่วงเวลาที่เริ่มรู้จัก Digital Cash Cow และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากแต่ละคอร์สก่อนจะมาถึง Passive High Ticket ครับ
คุณ N
รู้จัก Digital Cash Cow ตอนช่วงโควิดค่ะ ตอนนั้นทำหนังสือ/สมุด ขายบน KDP Amazon ได้เริ่มเห็นคอร์สของ Digital Cash Cow ก็คิดว่าน่าสนใจ และเริ่มได้เห็น Merch by Amazon ในช่วงเวลานั้นด้วยค่ะ
อ.อัน
4. อะไรทำให้คุณ N เลือกคอร์ส Passive High Ticket เป็นคอร์สล่าสุดที่ลงเรียนครับ รวมถึงเหตุผลที่เลือกใช้ CashCowly เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงาน
คุณ N
เพราะเรียนกับอ.อันมาหลายคอร์สแล้วค่ะ ได้เห็นว่าทุกคอร์สคุ้มจริง เนื้อหาไม่เหมือนกับคอร์สอื่นๆ ทั่วไปที่มีในตลาด ที่เคยเรียนมาได้รู้ว่าเนื้อหามาจากการทำจริง รีเสิร์ชจริง ใช้ได้จริง ไม่ใช่เนื้อหา pattern แบบที่ทำแค่เพื่อขายคอร์สผ่านๆ บวกกับคิดว่า ปัจจุบันคนมาเปิดร้าน etsy กันเยอะมาก และจากการที่มีเอไอช่วยในการทำงาน ทำให้ลักษณะงานค่อนข้างคล้ายและทับซ้อนกันมาก จึงอยากทำงานอะไรที่มันแตกต่างขึ้นมาหน่อย และได้ราคาคุ้มค่ากับผลงานหน่อย ไม่อยากไปแข่งขันด้านราคาค่ะ
อ.อัน
5. ตอนที่ลงเรียน Passive High Ticket ตอนแรก คิดไหมครับว่าผมจะสอนอะไร? เพราะชื่อคอร์สค่อนข้างกว้าง และหลายคนสงสัยเหมือนกันว่าจริง ๆ แล้วเนื้อหาคืออะไร (แต่ผมตั้งใจจะไม่บอกว่าอะไร เดี๋ยวมีคนมาตาม) - และเคยคาดคิดไหมครับว่างาน Digital High Ticket ของคุณ N ที่ราคา $17 จะสามารถติด Best Seller และขายได้วันละ 2-5 ชิ้นอย่างต่อเนื่อง?
คุณ N
ไม่รู้ค่ะว่าจะสอนอะไร แต่ด้วยความมั่นใจว่าอ.อันไม่เคยมั่ว ขนาดคอร์สที่บอกชัดๆ ว่าสอนอะไร เนื้อหาข้างในยัง beyond ไปกว่าที่ผู้เรียนคาดหวัง เช่นมีการอัพเดทตลอด และมีการให้คีย์ด้วย ซึ่งเป็นการไกด์ไลน์แบบแทบจะจับมือทำ เรียกได้ว่าใครทำตาม ยังไงก็ขายได้แน่นอนค่ะ และคิดว่าเหมาะสมที่ไม่ได้บอกว่าเป็นตลาดอะไร เพราะมูลค่าของคอร์ส ไม่ใช่อยู่แค่ที่ “วิธีทำ” แต่อยู่ที่ “ทำอะไร” มากกว่าด้วยค่ะ ตอนลงก็มั่นใจค่ะ ว่าถ้าทำตามแล้ว ยังไงก็ขายได้ตามที่อ.บอกแน่นอน อยู่ที่ว่าเราจะทำมากและต่อเนื่องแค่ไหนมากกว่า
อ.อัน
6. ตอนที่เห็นยอดขายเริ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงครับ
คุณ N
ดีใจมากๆ ค่ะ รู้สึกทั้งคุ้มราคาค่าเรียน และคุ้มค่าแรงและความตั้งใจที่เราทำลงไป และมองเห็นอนาคตว่าถ้าเราจัดเวลามาทำให้ได้มากขึ้น ทำต่อเนื่องขึ้น อนาคตสดใสนี่มองเห็นได้ชัดมากค่ะ

02

Section 2: การทำงานจริงและกลยุทธ์เบื้องหลัง

เคล็ดลับที่ทำให้งานน้อยชิ้นแต่ติด Best Seller คือคุณภาพและการใส่ใจลูกค้า

อ.อัน
7. งาน High Ticket ของคุณ N ติด Best Seller มาหลายเดือนแล้ว พอจะเล่าได้ไหมครับว่า เบื้องหลังความสำเร็จนั้นมี “เทคนิค” หรือ “แนวทางการปรับงาน” แบบไหนที่ใช้ได้ผลจริง
คุณ N
เริ่มอย่างแรกก็คือทำตามที่อ.สอน และก็พยายามตั้งใจในการสร้างงานแต่ละชิ้นมากค่ะ คิดเผื่อลูกค้าว่าไม่ว่าลูกค้าจะอยากได้อะไร หรือติดปัญหาอะไร สินค้าเราต้องตอบโจทย์ให้ได้ทั้งหมด จะไม่เน้นจำนวนสินค้าในร้านให้มาก แต่ใส่ให้สุดกับสินค้าทุกๆ ชิ้นไปเลย นอกจากนั้นก็ใส่ใจลูกค้า เวลาลูกค้าถามอะไร ไม่ว่าจะซื้อแล้วหรือยังไม่ซื้อ ก็ตอบและช่วยเหลือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ เวลาซัพพอร์ตลูกค้า ทำด้วยใจ ไม่หวังออเดอร์หรือ feedback/rating แล้ว energy การซัพพอร์ตลูกค้าจะแตกต่างกันค่ะ ลูกค้ารู้สึกได้ ถ้าลูกค้าสบายใจวางใจกับเรา ยังไงเดี๋ยวเค้าก็กลับมาค่ะ
อ.อัน
8. ในมุมของคุณ N งานประเภท Passive High Ticket ต้องอาศัยปัจจัยอะไรถึงจะขายดีครับ เช่น การดีไซน์ เนื้อหา ราคา หรือการนำเสนอ
คุณ N
คิดว่าควรทำให้ใช้งานง่ายที่สุด เรื่องรูปภาพ การนำเสนอ อันนี้ควรทำให้ดีที่สุดอยู่แล้วสำหรับทุกสินค้า แต่สำหรับ high ticket ถ้าจะให้ดี ควรทำให้ใช้ง่ายที่สุด คำนึงถึงลูกค้าที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ซื้อไปแล้วจะงงมั้ย คาดการณ์ไว้ก่อนเลยว่าลูกค้าจะมีคำถามอะไรได้บ้าง แล้วแก้ปัญหานั้นๆ ให้ลูกค้าก่อนลูกค้าจะเกิดคำถาม
อ.อัน
9. ผมเองมองว่างานของคุณ N โดดเด่นมาก โดยเฉพาะงานในตลาดรองที่แนะนำในคอร์ส ซึ่งเป็นตลาดที่หลายคนทำได้ยาก แต่คุณ N กลับทำออกมาได้จนติดตลาด และจากที่ผมประเมิน รายได้จากเซตนั้นอยู่ที่ราว 15,000-20,000 บาทในสองเดือน อยากทราบว่าอะไรทำให้คุณ N เชื่อในแนวทางนั้น และทำไมถึงตั้งใจทำออกมาอย่างต่อเนื่องจนเห็นผลจริง
คุณ N
คิดว่าถ้าจะทำ high ticket ไม่ว่าจะในกลุ่มไหน คงต้องใส่ใจความต้องการของลูกค้าให้มาก คิดแทนใจลูกค้าว่าอยากได้แบบไหน ใช้แบบไหน ต้องการการซัพพอร์ตแบบไหน
อ.อัน
10. จากที่มีงานเพียงประมาณ 50 ชิ้นในร้าน แต่สามารถทำกำไรได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน (ตามการประเมินของผม) คุณ N คิดว่า “กุญแจสำคัญ” ที่ทำให้งานน้อยแต่ขายได้เสมอคืออะไรครับ
คุณ N
คิดว่ามาจากคุณภาพ และความใส่ใจลูกค้า เช่นลูกค้าหลายคนอาจจะส่งข้อความมาสอบถามก่อนจะซื้อ เราก็ควรตอบอย่างใส่ใจ ให้ข้อมูลมากกว่าที่เค้าถามก็ได้ โดยไม่ hard sale ถ้าเค้ามั่นใจ สบายใจในผู้ขาย เค้าก็จะกลับมาซื้อค่ะ

03

Section 3: ผลลัพธ์และการเรียนรู้จากประสบการณ์

แม้ยังทำได้ไม่เต็มที่ แต่รายได้ก็ชัดเจน และยืนยันว่าไม่ต้องมีหัวศิลป์ก็ทำได้

อ.อัน
11. คุณ N มีวิธีจัดการเวลาและระบบการทำงานยังไงในแต่ละวันหรือสัปดาห์ครับ - เช่น ใช้เวลาเท่าไหร่ต่อวัน หรือมีเป้าหมายประจำสัปดาห์ว่าต้องได้กี่งาน เพื่อให้รักษาความต่อเนื่อง
คุณ N
ข้อนี้ตอบตามตรงว่ายังให้เวลากับร้านได้ไม่มาก และยังไม่ต่อเนื่องค่ะ ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่างในช่วงปีนี้ ตอนนี้มีสินค้าแค่ไม่กี่ตัวที่แบกร้านอยู่ ยังไงคิดว่าควรจัดเวลามาทำให้เป็นระบบและต่อเนื่องมากกว่านี้ เพราะขนาดตอนนี้ยังทำไม่มากและไม่ต่อเนื่องมากพอ ยังเห็นรายได้ชัดเจนขนาดนี้ ปีหน้ามาสัมภาษณ์ใหม่ได้เลยค่ะ เนื้อหาแตกต่างจากรอบนี้แน่นอน :D
อ.อัน
12. เมื่อเห็นว่างาน Best Seller และตลาดรองเติบโตไปพร้อมกัน ตอนนี้คุณ N วางแผนบาลานซ์ทั้งสองตลาดนี้ยังไงครับ
คุณ N
หลังจากเริ่มเห็นทิศทางความเป็นไปของร้าน ตอนนี้เริ่มวางแผนได้ชัดเจนแล้วค่ะ ว่าจะวางแผนการทำงานและการออกสินค้าในกลุ่มไหนบ้างในสัดส่วนเท่าไหร่ คิดว่าไม่มีแนวทางตายตัวสำหรับทุกคน ใครได้เรียนอยากให้เริ่มลองทำตามทุกบทเรียนไปก่อน แล้วเราจะประเมินได้ว่าเราถนัดแบบไหน ชอบแนวไหน แล้วปรับแนวทางร้านได้เรื่อยๆ ค่ะ
อ.อัน
13. ผมมักโดนถามบ่อยว่า “ไม่มีหัวศิลป์ ทำ Etsy ได้ไหม” – ในฐานะคนที่สร้างรายได้จริงจากตลาดนี้ คุณ N คิดว่าคนทั่วไปสามารถเรียนรู้และประสบความสำเร็จได้ไหมครับ
คุณ N
มีคนถามแบบนี้เยอะมากเหมือนกันค่ะ และตอบทุกครั้งว่าไม่เกี่ยวกันเลย จริงๆ มันคืองานๆ หนึ่งที่ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาไปเรื่อยๆ เหมือนทุกๆ งานเลยค่ะ
คุณ N
ดีไซเนอร์ คือผู้ที่ทำตามความต้องการของลูกค้า / ศิลปิน คือผู้รังสรรค์ศิลปะตามจินตนาการของตนเอง งานนี้คือกึ่งผู้ประกอบการ กึ่งดีไซเนอร์ค่ะ และนั่นแหละค่ะ “ดีไซเนอร์ คือผู้ที่ทำตามความต้องการของลูกค้า” เราหาความต้องการของลูกค้า และเรียนรู้ที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้น เท่านั้นเอง ไม่ต้องจินตนาการบรรเจิดก็ทำได้แน่นอน

04

Section 4: มองอนาคตของ Etsy และแนวทางการต่อยอด

จะช้าไปไหมถ้าเริ่มปี 2026 คุณ N เปรียบ Etsy เหมือนห้างที่ยังเปิดขายดีมา 20 ปี

อ.อัน
14. มองภาพตลาด Etsy ในปี 2026 ยังไงบ้างครับ หลายคนกังวลว่าช้าไปหรือเปล่าที่จะเริ่มตอนนี้ คุณ N มีมุมมองยังไงต่อการเติบโตของตลาดนี้ในอนาคต
คุณ N
etsy เปิดมา 20 ปีพอดี มีคนสร้างรายได้จาก etsy ได้ตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบัน คำว่าช้าไปมั้ย อาจจะใช้ได้ถ้าพูดสำหรับสินค้าบางอย่าง เช่น สินค้านี้ขายดีเมื่อห้าปีที่แล้ว ปีนี้ขายยากละ แต่สำหรับตัวตลาด etsy ก็เหมือนห้าง มันยังเปิดและขายดีมาเรื่อยๆ ตลอด 20 ปี ถ้าจะตั้งคำถาม ตั้งว่า ปี 2026 จะขายอะไรดีในห้างแห่งนี้ ดีกว่าค่ะ

05

Section 5: ข้อคิดและแรงบันดาลใจ

เรื่องต้นทุนที่แท้จริง เสน่ห์ของคอร์สที่ไม่มีน้ำ และสิ่งที่อยากบอกตัวเองในวันเริ่มต้น

อ.อัน
15. Etsy เป็นตลาดที่ไม่เหมือนที่อื่น คือมีค่าเปิดร้าน ค่าวางสินค้า และยังโดนค่า tool อื่น ๆ มาล่อ แต่การทำ Etsy คือทำเพื่อให้มีกำไร ในฐานะที่ทำ Etsy จนเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้ คุณ N อยากฝากอะไรให้คนที่กำลังสนใจ Etsy ครับ
คุณ N
คุณจะเปิดธุรกิจอะไรได้บ้าง ที่ใช้เงินทุนน้อยกว่าเปิดร้านที่ etsy ลองไล่เรียงเขียนเปรียบเทียบต้นทุนในแต่ละธุรกิจที่คุณสนใจดูก็ได้ค่ะ และอย่าลืมต้นทุนแฝงต่างๆ ด้วยนะคะ เช่น การส่งรูป stock ไม่เก็บค่าวางขาย แต่คุณอย่าลืมบวกค่าเอไอสร้างรูป โปรแกรม upscale เพิ่ม resolution โปรแกรมคิด keyword ค่าเอไอคิด keyword ด้วยนะคะ
คุณ N
Etsy ที่จำเป็นต้องจ่ายมีค่าเปิดร้านครั้งแรกครั้งเดียว ค่าวางสินค้าก็ถูกมากๆ ค่าธรรมเนียมเวลาขายได้ ส่วนนี้จริงๆ ก็เหมือนเว็บอื่นๆ บางเว็บ แต่เว็บอื่นๆ เค้าแจ้งค่าลิขสิทธิ์สุทธิที่เราได้มาเลย เค้าหักค่าธรรมเนียมไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ เราแค่ไม่ได้เห็นเป็นรายละเอียด เลยรู้สึกเหมือนไม่มี
คุณ N
ส่วนค่า ads ไม่บังคับ อยากจ่ายก็จ่าย ไม่จ่ายก็ทำ seo ดีๆ ลงสินค้าต่อเนื่องก็ขายได้เหมือนกัน
คุณ N
ค่า tools เรามี CashCowly ของอ.อันตัวเดียวก็พอแล้วค่ะ ไม่ต้องจ่ายอย่างอื่นเพิ่ม
อ.อัน
16. อยากฝากอะไรถึงคนอื่นที่ยังไม่รู้จัก อ.อัน บ้างครับ?
คุณ N
ได้ลองเรียนมาหลายที่หลายอย่างมากจริงๆ คอร์สของอ.อันไม่เหมือนที่อื่นจริงๆ ค่ะ ชอบที่เนื้อหาคือเนื้อหาแน่นๆ ล้วนๆ เนื้อๆ ไม่มีน้ำ ไม่ต้องสอนไป 5 นาที โฆษณาสรรพคุณอีก 5 นาที คลิปสอนมีกี่นาทีนั่นคือเนื้อหาล้วนๆ เหมาะกับคนที่ชอบอะไรที่ตรงประเด็น ที่สำคัญเนื้อหาไม่ซ้ำกับที่มีทั่วไปในตลาด ไม่ว่าคอร์สไหน ถ้าลงแล้วทำจริง นั่นคือขายได้จริง และอ.อัพเดทคอร์สให้เรื่อยๆ ด้วยค่ะ ไม่ได้ทำคอร์สทิ้งขว้าง ลงคอร์สอ. เสียดายอย่างเดียว เสียดายที่ตัวเองทำไม่ทันที่อ.สอน :D
อ.อัน
17. สุดท้าย ถ้าเวลาย้อนกลับไปตอนเริ่มต้นทำ Etsy ครั้งแรก มีอะไรที่คุณ N อยากบอกตัวเองในวันนั้นบ้างครับ?
คุณ N
จะบอกตัวเองอย่างเดียวเลย เธอ ไม่ต้องไปลองเรียนลองทำอะไรซะตั้งหลายอย่าง ลงคอร์สอ.อันที่เดียว แล้วทำไปให้สุดๆ มีคอร์สใหม่ก็ลงอีกแล้วทำให้สุด ไม่ต้องไปทดลองอะไรหลายอย่าง ถ้าทำอย่างนี้ตั้งแต่ตอนแรกนะ เธอเอ๊ยยย......สบายไปละ 555 แต่ก็อย่างว่าละเนาะ ไม่ลองก็ไม่รู้ ไม่เป็นไร ไม่สายไป ยังไงก็ได้คำตอบและ direction ที่ชัดเจนสำหรับปี 2026 ละ ขอบคุณอ.อัน ขอบคุณตัวเอง
คุณ N
Welcome.....2026!
จะไม่เน้นจำนวนสินค้าในร้านให้มาก แต่ใส่ให้สุดกับสินค้าทุกๆ ชิ้นไปเลย

งานเพียง 50 ชิ้นที่ทำด้วยความใส่ใจ พิสูจน์แล้วว่าบน Etsy คุณภาพและการดูแลลูกค้าชนะการทำเยอะแบบไร้ทิศทาง และไม่ว่าใครก็เริ่มต้นเส้นทางนี้ได้ ขอแค่ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

อยากเริ่มเส้นทางแบบนี้บ้าง?

ดูคอร์สทั้งหมด← บทสัมภาษณ์ทั้งหมด

© Digital CashCow — ผลลัพธ์แต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความขยันและตลาดที่เลือก